สวนรถไฟ
มิถุนายน 25, 2007
วันนี้ได้ไปมีทติ้งแกีงค์ขวดนมมาครับ
เป็นกิจกรรมง่ายๆ สบายๆ บรรดาพ่อแม่ต่างพาลูกตัวเองไปรวมตัวกัน
ถ่ายรูปก็สนุกแล้วครับ
นายป่านได้เจอลานกว้างกับของเล่นก็สุดแสนสนุกครับ
วิ่งตะลุยไปทั่วไม่รู้จักเหนื่อย
เกรงใจก็ตอนนายป่านวิ่งตะลุยไปหาของเล่น
นายคนนี้ชอบอะไร สนใจอันไหนจะเดินเข้าไปหยิบเทิ่งๆ ตรงๆ
ดีที่ฝึกเอาไว้บ้างว่าห้ามแย่งของน้อง ห้ามแย่งของใคร
หยิบได้ไม่ห้ามแต่ถ้าเจ้าของเขาไม่อยากให้ต้องไม่เอา
หรือถ้าหยิบมาแล้วก้ต้องเอาไปคืนเขาทันที
(แต่ก็เกรงใจอยู่ดีครับ ขอบคุณที่ไม่รำคาญนายป่านจอมซนนะครับ)

ภาพบรรยากาศได้เก็บๆมาบ้างด้วยกล้องมือถือนะครับ ดูพอเพลินๆก่อน
เดี๋ยวภาพจากกล้องใหญ่คงจะทยอยกันมาตามบลอกของแก๊งค์ขวดนมกันตรึมทีเดียว..
เด็กช่วงวัยนี้ ตามธรรมชาติเขายังไม่ค่อยเล่นด้วยกันเท่าไหร่
เป็นธรรมดาเพราะว่าพัฒนาการของเขายังอยู่ในวัยที่มีพ่อแม่เป็นศูนย์กลางของชีวิตครับ
ช่วงนี้แหละที่พ่อจะซึมซับความเป็นพ่อเป็นแม่ได้มากกว่าช่วงไหนๆ รู้แล้วก็รีบๆเข้านะครับ
ทีแน่ๆ เห็นเด็กๆมาอยู่รวมกันเยอะขนาดนี้แล้วอารมณ์ดีชะมัด..คือ มันดูคึกครื้นไง
แอบนั่งสังเกตการณ์แล้วมานั่งนึกๆว่า
เด็กแต่ละคนนี่เขามีบุคลิกภาพของตัวเองที่ชัดเจนมาตั้งแต่เด็กเลยนะครับ
ผมเคยสงสัยนะว่า….แล้วบุคลิกภาพพวกนี้มาจากไหนกันนะ..
เหมือนเป็นตั้งแต่เกิดเลยเชียวแหละนิสัยนี้
วันนี้พานายป่านไปโมเดลลิ่งมาครับ
มิถุนายน 21, 2007
เมื่อนานมามาแล้ว หรือนานพอสมควร
ด้วยความเห่อลูก ก็เลยไปลงรูปถ่ายในโมเดลลิ่งทิ้งไว้…
อาทิตย์ก่อนทางโมเดลลิ่งโทรมาให้ไปถ่ายรูป วันนี้ว่างก็เลยแวะไปครับ
ไปแบบไม่ตั้งใจด้วยซ้ำ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก มอมมากกกกก….555
ไปถึงที่ซอย จันทรเกษม 42 นี่มึนพอควรครับ แถมเข้าไปลึกทีเดียว
สิ่งที่สังเกตอย่างนึง คือการถ่ายรูปเด็กนั้นต้องใช้ทักษะมากในการล่อหลอกให้ได้ภาพที่ต้องการ
ภาพถ่ายเจ้าสัว หรือนายป่านมีภาพมองกล้องน้อยมาก
อาจจะว่ายังไม่คุ้นชินกับช่างภาพ
ก็เลยรับปากว่าจะเอารูปที่เคยถ่ายๆไว้มาขึ้นเว็บให้เขาเข้ามาดู
จะแวะไปดูด้วยก็ได้นะครับที่ลิ้งค์นี้

คลิกตรงนี้ สำหรับแบบ gallery สวยๆ

คลิกตรงนี้ ถ้าต้องการแบบเซฟภาพได้
ไม่ค่อยเห่อเลยนะครับ
แต่รับรองว่าเป็นกันทุกคน…
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเป็นพ่อคนแม่คนครับ….555
บริการใหม่ๆในอินเตอร์เน็ต
มิถุนายน 15, 2007
เดี่ยวนี้การอัพรูปฝากรูปกลายเป็นเรื่องง่ายครับ
เทคโนโลยีไปเร็วและบริการใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น ตัวอย่างนี้
ไปเที่ยว ตจว.มาครับ
ไล่ยาวตั้งแต่นครนายก เที่ยวนางรอง เดินเล่นเขื่อน บุกจีเต๊กลิ้ม
เลยไปถึงฉะเชิงเทรา ไหว้ไฉ่ซิ่งเอี้ย ซำปอกง และหลวงพ่อโสธร
ว่างๆจะเอามาลงอีกครับ
ความสุขของครอบครัวก็อยู่แค่นี้ ได้เที่ยวกันพร้อมหน้าอบอุ่น
แล้วพ้มจะเอาอะไรอีก….
ได้อัลบั้มแบบใหม่มาฝากคุณอีกหนึ่งชิ้นครับ
edit @ 2007/06/16 06:43:56
เกมซูโดคุ ฝึกสมอง
มิถุนายน 13, 2007
หลายๆคนอาจจะเคยได้ยิน เกมซูโดคุ นะครับ แต่อาจไม่รู้ว่า เกมซูโดคุ เป็นยังไงก็เลยเอามาฝากเผื่อทำความรู้จักกันครับ เกมนี้น่าเล่นทีเดียว
ซูโดะคุ (SU DOKU) คือ
คำว่า ซูโดะคุ มาจากภาษาญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดของเกมนี้ กลับไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่น เพียงแต่ญี่ปุ่น ได้นำเกมนี้มาประยุกต์ให้ง่ายเข้า แล้วเกมนี้ก็ดังไปทั่วโลก ในประเทศญี่ปุ่นนั้น นิยมเล่นซูโดะคุกันมาก เห็นเขาว่ากันว่าในแต่ละวัน มีคนที่นั่งรถไฟ หรือกำลังคอยรถโดยสาร แล้วแก้ปริศนาเกมซูโดะคุไปด้วย นับพันคน Read the rest of this entry »
เทคโนโลยี เค้าไปถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่..
มิถุนายน 13, 2007
ติดตามข่าวสารแล้วทึ่งครับ เห็นแล้วอยากได้มาสักอัน
แต่สงสัยจะต้องกัดก้อนเกลือไปหลายเดือนเลย…555
ที่มา : popular mechanics
มรณะ – ปุตตะ
มิถุนายน 11, 2007
|
ปุตตะ หมายถึง ริเริ่ม สร้างสรรค์ เด็กๆ บันเทิง สนุกสนาน รายได้ ชั่วคราว สืบต่อ ฯลฯ มรณะ หมายถึง ขาด ไม่ ไร้ สูญ ไม่สนใจ อดทน พรากไป ไม่สนใจ ของแปลก ฯลฯ มรณะ – ปุตตะ กุมลัคน์ (ตนุ) ก็ขาดความคิดสร้างสรรค์ พลัดพรากแต่ยังเล็กวัยเด็ก ขาดความสนุกสนาน ไร้ความสดชื่น ซีเรียส เป็นผู้ใหญ่ (แก่) เกินอายุ (ไม่เป็นเด็ก) มักเด็ดขาด (ไม่สืบต่อ) ประมาทเลินเล่อ ไม่รับผิดชอบ มีโชคลาภลอย มักล้มเหลว(มรณะ)เมื่อเริ่มแรก(ปุตตะ) ไม่โอนอ่อนผ่อนตามใคร อะไรประมาณนี้แหละ ผู้แสดงความคิดเห็นวรกุล ( ) วันที่ลงประกาศ 08-06-2007 16:23:53 |
จุดจอมฟ้า – อ.วรกุล
มิถุนายน 11, 2007
“จุดจอมฟ้า” เป็นของโหราศาสตร์ที่ใช้ตำแหน่งปัจจัยทางดาราศาสตร์ การหาจุดจอมฟ้าเราต้องหาลัคนามาก่อน ดังนั้น หากหาลัคนาโดยใช้เวลานักษัตร ซึ่งสอดคล้องกับปฏิทินที่ใช้เวลานักษัตรเหมือนกันจะไม่มีปัญหา การหาจุดจอมฟ้าก็ทำโดยการบวกองศาลัคนาด้วย 270 องศา และนิยมให้ค่าผิดพลาดราว 3 – 5 องศา (บวก/ลบ 3 องศา) กรณีเกิดที่กรุงเทพ หรือที่ใดก็ไม่ต้องกังวล เพราะเวลานักษัตร ณ ตำบลที่เกิด นั้นมาจากวงกลมฟ้าซึ่งใช้อ้างอิงอันเดียวกัน หากเกิดที่กรุงเทพต่างเวลา(ฤดู เดือน ฯลฯ) กัน เวลานักษัตรจะแตกต่างกันเนื่องจากการแกว่งของแกนโลก จึงเป็นผลให้จุดจอมฟ้าย่อมแตกต่างกันไปด้วย
แต่ในกรณีที่บางท่านนำจุดจอมฟ้ามาใช้ในโหราศาสตร์ไทย มักกำหนดตามเรือนภวจักร ก็บวก 270 องศาเช่นกัน แต่เป็นการใช้วงกลมสมมุติที่ลากผ่านตำบลเกิด จึงต้องเข้าใจวงกลมสมมุติที่ลากผ่านที่ตั้งตำบลที่เกิดว่าไม่ใช่วงกลมที่เส้นศูนย์สูตร หากคุณใช้วงกลมที่เส้นศูนย์สูตร ก็จะงงเพราะแต่ละตำแหน่งบนพื้นโลกจะเบี่ยงเบนไปจากเส้นศูนย์สูตรไม่มากก็น้อย แต่วงกลมที่เส้นศูนย์สูตรก็ยังเบี่ยงเบนออกไปจากระนาบวงกลมที่ใช้เทียบเวลานักษัตร แบบนี้ไม่ต้องให้ข้อผิดพลาด และมักใช้เวลาอาทิตย์อุทัยท้องถิ่นมาหาลัคนา ซึ่งไม่ตรงกันตลอดทั้งปี จุดจอมฟ้าก็ยังคงแตกต่างไปตามลัคนาด้วยเช่นกันครับ
มหาทักษา -อ.วรกุล
มิถุนายน 11, 2007
โหราศาสตร์ไทยมีภาคหนึ่งที่สำคัญคือ มหาทักษา ซึ่งเป็นต้นวิชาใหญ่หลายวิชา ตลอดจนข้อมูลในมหาทักษาได้ถูกนำไปใช้ในวิชาโหราศาสตร์ไทยทั้งจันทรคติและสุริยคติอย่างกว้างขวาง พวกเรามักจะคุ้นเคยหรือผ่านมหาทักษากันมาแล้ว เนื่องจากมหาทักษาที่เราใช้อยู่เกี่ยวข้องกับระบบธาตุบนโลก ซึ่งกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งรูปธรรมและนามธรรม จำนวนมากมายเกือบทั้งหมด ดังนั้น ศาสตร์และวิชาจำนวนมากของไทยเรา มักจะใช้มหาทักษากันเป็นพื้นฐาน รวมทั้ง ไสยศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี ที่ครอบคลุมเรื่องสีประจำวัน จำนวนนับ วัตถุ นามที่เรียกขาน และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องเขียนถึงมหาทักษาบ้าง พอให้ต่อเรื่องไปยังดาวที่ใช้ในดวงชะตาได้
ธาตุและพลังงานที่ส่งจากดวงอาทิตย์นั้น มีหลายสาย สายหนึ่งเข้าสู่ระบบธาตุ (ภพ)ในจักรวาล ส่งผ่านเข้ามาในระบบธาตุ(ภพ)ในชั้นบรรยากาศ แล้วจึงเข้ามาสู่โลก ซึ่งเราอ้างอิงมาใช้ในระบบธาตุดวงชะตาราศีจักร ส่วนอีกสายหนึ่งจะส่งมากระทบกับโลกโดยตรง เป็นระบบธาตุ(ภพ)ในธรณี ซึ่งเป็นต้นตอของมหาทักษา ดังนั้นมหาทักษาจึงไม่ใช่ระบบธาตุในดวงชะตาโดยตรง หากธาตุไม่ว่าจากระบบใดเข้าสู่ดวงชะตา ก็จะถูกนำเข้าสู่กลไกของดวงชะตาเหมือนกันทั้งนั้น ควรทราบว่า ทักษาคู่ธาตุ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิชาโหราศาสตร์ใหญ่ที่ เรียกว่า “มหาทักษา” ซึ่งเดิมเป็นโหราศาสตร์จันทรคติระบบหนึ่งซึ่งตกทอดมาแพร่หลายและได้รับความนิยมทั่วไป มีภูมิปัญญาลึกซึ้ง ปัจจุบันแทบจะหาผู้สืบทอดได้ยากแล้ว การนำทักษาคู่ธาตุมาใช้ในดวงชะตา จึงทำให้เข้าใจผิดกันว่านั่นคือมหาทักษา
มหาทักษา2 -อ.วรกุล
มิถุนายน 11, 2007
ในตอนนี้จะเอาเรื่องบางประการในทักษาคู่ธาตุที่เรานำมาใช้ประโยชน์ในดวงชะตามาดูกันต่อ
ตะวันออก
๑…….๒…….๓
เหนือ ๖……………..๔ ใต้
๘…….๕…….๗
ตะวันตก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
๑…….ธรณี…….๒
๖………………..๓
๘………………..๔
๕……(ธรณี)…..๗
เมื่อนำวงจรทักษามาสู่ตัวเราซึ่งอยู่บนธรณี ก็จะทำให้เปรียบเทียบได้กับทิศโดยสัมพัทธ์กับตัวเรา เรื่องทิศของภูมิในทักษาคู่ธาตุ เป็นเพียงเปรียบเทียบจากนามธรรมเท่านั้น เช่น คำว่า “ทิศเหนือ” ที่เป็นภูมิศุกร์นั้นหมายถึง “ที่สูง” ส่วน “ทิศใต้” ที่เป็นภูมิพุธหมายถึง “ที่ต่ำ” ส่วน “ทิศตะวันออก” ที่เป็นภูมิจันทร์ หมายถึง “จุดเริ่มต้น” และ “ทิศตะวันตก” ที่เป็นภูมิพฤหัสหมายถึง “จุดปลายทาง” หรือสิ้นสุด ทิศเช่น ศุกร์ จึงมักจะหมายถึงน้ำฝน น้ำบริสุทธิ์ รวมถึงเทพเทวดาที่อยู่ในท้องฟ้า ส่วนพุธ มักจะหมายถึง น้ำในห้วยหนองคลองบึง รวมทั้ง มนุษย์ สัตว์ พืชพันธุ์และไม้ล้มลุกที่อยู่ในที่ต่ำ จันทร์ หมายถึง การเริ่มต้น เด็กๆ ผู้อ่อนเยาว์ พฤหัสหมายถึง ประสบการณ์ ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เป็นต้น ซึ่งเรานำความหมายมาใช้ในดวงชะตาบ่อยๆ
ทิศของทักษาจึงมีเพียง 4 ทิศเท่านั้น เนื่องจากทิศเหล่านี้มีความหมายทางนามธรรม (ปรัชญา) ดังนั้น ทิศเฉียงต่างๆ เช่น ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น จึงไม่ใช่เรื่องของทักษา แต่เป็นสิ่งที่เปรียบเทียบเมื่อนำทิศทั้งสี่คือ เหนือใต้ ออก ตก ทางปรัชญามาเทียบเคียงกับทิศทางภูมิศาสตร์ เมื่อเทียบทักษากับทิศในแนวนอนนั่นเอง แต่ในดวงชะตาเทียบทิศทางสุริยาตรเป็นแนวดิ่งกับตัวเรา ดังนั้น การเทียบทิศทางภูมิศาสตร์จึงใช้ไม่ได้ในดวงชะตา เช่น ศุกร์ในดวงชะตาไม่ใช่ทิศเหนือ เป็นต้น ขอให้สังเกตว่า โหราศาสตร์จันทรคติยึดถือจันทร์เป็นตะวันออก แทนที่จะเป็นอาทิตย์ เพราะยึดแนวการโคจรของจันทร์รอบโลกเป็นฐานของวงรอบ
เหตุที่เทียบทิศทางภูมิศาสตร์แล้วใช้ไม่ได้ เพราะทักษาคู่ธาตุตามปกติจะควงรอบแกนธรณี แนวตะวันออก - ตะวันตก เหมือนจานแบนของทักษาเอาทิศเหนือ (๖)ตั้งขึ้น ทำให้ทิศใต้ (๔)อยู่ข้างล่าง (เช่นเดียวกับดวงชะตาราศีจักรที่เอาสันของจานแบนดวงชะตาวงกลมตั้งขึ้นในแนวตะวันออก – ตะวันตก เช่นกัน) ทำให้ทิศเหนือ (๖) นั้นเป็นที่สูง และทิศใต้ (๔) คือ ที่ต่ำตามความหมายเดิมได้ ในขณะที่ ภูมิตะวันออก – ตะวันตก ยังคงไม่เปลี่ยนทิศมากนัก และเมื่อเราหันไปทางตะวันออก แนวสุริยาตรหรือระวิมรรค (๑) จะอยู่เยื้องไปทางเหนือของเส้นศุนย์สูตรโดยประมาณ ในขณะที่ แนวตะวันออก – ตะวันตกของจันทร์ หรือ ศศิมรรค ก็มีการแกว่ง ไม่ตรงกับแนวแกนธรณีเสียที่เดียวเนื่องจากโลก (ธรณี)มีการแกว่งรอบแกน แต่เราถือว่าแนวแกนโลกนั้นอยู่กับที่ แต่ข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องมุมเรื่องทิศอะไรนัก เพราะภูมิทักษาไม่ได้เกิดจากการวัดมุม แต่เกิดจากนามธรรม เพียงแต่ให้ทราบเอาไว้เท่านั้น
นอกจากนั้น ในมหาทักษาของโหราศาสตร์จันทรคติเองยังมีการวางจุดเจ้าชะตา เช่นโหราศาสตร์ระบบอื่นเช่นกัน ดังนั้น การที่มักมีคนนำเอาทิศภูมิศาสตร์ว่าเป็นศรีบ้าง กาลกิณีบ้าง มาวางฮวงจุ้ย ดี-ร้าย แล้วเรียกว่า เป็นชัยภูมิระบบไทย จึงเป็นเรื่องไม่ถูกทั้งสิ้นทั้งในวิชามหาทักษาเองและวิชาชัยภูมิ นี่ดีที่ทิศต่างๆที่ใช้นั้น มีผลน้อยต่อดวงชะตา เนื่องจากการวางทิศ ดี – ร้าย นั้น ควรต้องวางจุดเจ้าชะตาจากภูมิทักษาให้ถูกต้องก่อน ไม่ใช่มองจากโลก จุดเจ้าชะตานั้นเทียบได้กับทิศตะวันออก ยิ่งการกำหนดตัวอักษรตั้งชื่ออะไรจากวารเกิดยิ่งไม่ถูกใหญ่ เพราะถ้าสมมุติตัวอักษรวรรคที่ตั้งชื่อมีผลจริงๆ ก็จะต้องกำหนดจากจุดเจ้าชะตา ด้วยเช่นกัน มิฉะนั้น อาจจะนำเอาอักขระกาลกิณีมาตั้งเป็นชื่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รวมทั้งการหันทิศบ้านหรือที่ทำงานอะไรก็อาจจะผิดได้ อาจจะหันเข้ากาลกิณีเข้าเต็มๆ เมื่อคิดจากเจ้าชะตา
welcome to my blog, my friend :)
มิถุนายน 6, 2007
I’m glad to see you here.
please leave a comments to my memmory of the potc’s game
I glad to meet you,

1.- Po – South Korea
2.- The Warrior – Mexico
3.- Seri5 – Romania (to be confirmed)
4.- Kanzaki – Singapore
5.- Xelo – Sweden
6.- Andivmx – Austria
7.- Evelynholic – Malaysia
8.- Jron – Philippines
9.- Seawinch’s friend – USA
10- Granun – Thailand
11. ross_tt taiwan




